Food

DSC_0638 
 

ปกติเราไม่เคยทำอะไรที่มันกินได้จริงๆ เลย นี่เป็นครั้งแรกที่ทำอาหารที่กินได้จริงๆ ปกติจะทำแต่อาหารปลอมจากเรซิ่น ซิลิโคน กาว แล้วก็ดินปั้น แต่อันนี้แม้ว่าสีมันจะแรงมาก แต่ก็เป็นเค้กที่กินได้จริงๆ นะ

วันนี้ไปเรียนแต่งหน้าเค้กมาจากที่โรงเรียนสอนการแต่งหน้าเค้กแบบ Wilton Method ที่ไดคันยามะ บังเอิญโรงเรียนนี้มันอยู่หลังบริษัทเราพอดี แบบเดินไป 1 นาทีถึง ที่โรงเรียนมันมีส่วนร้านค้าที่ขายอุปกรณ์การทำเค้ก ทำเครื่องประดับ แล้วก็กระดาษกับสติกเกอร์สวยๆ จำนวนมาก ร้านนี้ถึงได้เป็นร้านโปรดของเรา และเรามักจะพยายามขอเพื่อนแวะทุกครั้งตอนที่ออกไปกินข้าวกลางวันตอนไปทำงาน

คอร์สที่เราเรียนวันนี้เป็นแค่ Trial course ราคา 840 เยน คิดเป็นเงินไทยไม่ถึง 300 บาทด้วยซ้ำ ได้เค้กสองชิ้น อุปกรณ์มีให้หมด เอาไปแต่ตัวกับผ้ากันเปื้อนเท่านั้น 

DSC_0574 

เค้กสองชิ้นนี้เป็นเค้กที่จะเอามาแต่งหน้าวันนี้ คัพเค้กธรรมดาสุดๆ รสวานิลลากับชอคโกแลต

DSC_0582

อันนี้เป็นครีมสีชมพูที่เอาไว้ทาเป็นฐาน เป็นครีมไอซิ่งเหมือนกัน พอทิ้งไว้ซักพักมันจะแข็งเป้ก

DSC_0583

อันนี้เป็นเค้กตัวอย่างของคลาสเรียนวันนี้ มันแข็งมากจนตอนแรกที่เราจับยังคิดว่าของจริงป่าววะ แต่เค้กที่เป็นฐานเป็นของจริงแน่ๆ ดังนั้น มันคงเป็นของจริงที่กินได้

DSC_0585

อันนี้เป็นไอซิ่งครีมที่เค้าเตรียมไว้ให้ มีสามสีเป็นหัวแบบต่างๆ ต้องเอาผ้าชุบน้ำคลุมไว้เพราะว่ามันจะแข็งถ้าทิ้งไว้ข้างนอกเฉยๆ

DSC_0588

เค้กนี่ไม่ใช่เค้กที่จะทำแต่ว่าเป็นเค้กตัวอย่างสำหรับคลาสเค้กวาเลนไทน์ที่เราคิดว่าจะไม่ลงเรียน เพราะว่ามันใหญ่มาก เราไม่คิดว่าเราควรจะให้อาหาร เอ้ย เค้ก กับแฟนเราที่อ้วนขึ้นทุกวันๆ ขอให้ของเล็กๆ หรือว่าของกินไม่ได้ดีกว่า

DSC_0589

อันนี้เป็นตัวอย่างของคลาสวาเลนไทน์คุ้กกี้

DSC_0591

ตัวอย่างวาเลนไทน์คุกกี้อีกเซ็ต เค้าใช้สิ่งที่เรียกว่า Royal Icing ในการแต่งหน้าคุกกี้นี้ เราลงเรียนคอร์สนี้อาทิตย์หน้า ก็จะไปเรียนแล้วก็ถ่ายภาพมาทุกขั้นตอนมาอัปบล๊อกอีกรอบ โชคดีที่โรงเรียนนี้มันอยู่หลังบริษัทเราพอดี สามารถไปเรียนหลังเลิกงานได้สบายมากๆ

 

DSC_0594

ภาพโต๊ะตกแต่งเค้ก สะอาด สวยงามและ ขาว 

 

DSC_0595

ภาพบรรยากาศในห้องเรียน เรามีแต่เลนส์มาโครวันนี้เลยถ่ายมุมกว้างๆ ไม่ได้ แต่ห้องเรียนสวยสะอาดแล้วก็มีแสงสว่างมาก อุปกรณ์แต่งเค้กกับเค้กตัวอย่างที่กินไม่ได้เรียงอยู่เต็ม 

 

DSC_0600

เราเริ่มคอร์สด้วยการหัดบีบดอกไม้ เราใช้หัวบีบแฉกขนาดใหญ่ เวลาบีบต้องบิดข้อมือ 90 องศาแล้วหมุนเผื่อให้กลีบออกมาเป็นเกลียวสวยงาม เสร็จแล้วเอาหัวบีบแบบกลมเล็ก บีบเป็นส่วนเกสรตรงกลาง แม้สีจะแรงมาก แต่เราก็ชิมแล้วว่ามันอร่อยดี

 

DSC_0604

เสร็จแล้วก็เติมใบไม้ ใช้หัวบีบแบบบีบใบไม้ แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกในการหัดแต่งหน้าเค้กของเรา แต่เราก็ผลิตเครื่องประดับที่เป็นขนมเทียมมาแล้วนับไม่ถ้วน การบีบครีมเลยไม่ใช้ประสบการณ์ใหม่ๆ เท่าไหร่ แต่ว่าเทคนิกการบีบสำคัญมาก 

 

DSC_0606

วิธีตกแต่งอีกแบบคือการวาดเส้นแล้วก็เอาครีมบีบเป็นรูปดาวใส่ลงไปให้เต็ม

 

DSC_0608

แผ่นพลาสติกที่ใช้หัดบีบออกมาหน้าตาแบบนี้ ต่อไปก็คือการบีบจริงๆ ลงบนคัพเค้กสองอันนั่น

 

DSC_0611

ก่อนอื่นเราก็ทาครีมที่เป็นฐานลงไปให้ทั่ว อาจารย์บอกว่าไม่ต้องเนี้ยบก็ได้ แต่เราก็พยายามปาดให้เนี้ยบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วล่ะ ครีมมันค่อนข้างเหนียว 

 

DSC_0612

เสร็จแล้วก็เริ่มวาดเส้นลงไป เวลาบีบครีมแบบเส้นไม่เหมือนกับการวาดภาพด้วยพู่กันหรือว่าดินสอ เราต้องค่อยๆ หย่อนให้ครีมตกลงบนเค้ก ไม่งั้นจะเสียความกลมของเส้นไป 

 

DSC_0616

เสร็จแล้วก็ใช้ icing cream สีขาวเติมลงไปให้เต็มภาพดอกไม้ 

 

DSC_0621

เรานึกไม่ออกจริงๆ ว่าควรจะเขียนอะไรลงไป เลยเขียนชื่อแฟนตัวเองลงไป (กุ๊กกิ๊ก) มันสั้นดี

 

DSC_0624

อีกอันเราแต่งหน้าเค้กเป็นแบบดอกไม้ บีบดอกไม้กับเกสรเรียงลงไปบนหน้าเค้กที่ทาครีมแล้ว

 

DSC_0629

เติมใบไม้ลงไปให้ทั่ว ทำได้แค่นี้แหละ 

 

DSC_0638

เสร็จแล้ว ออกมาสวยงามอย่างที่อยากได้ คอร์สเรียนก็ถูกโคตรๆ ไม่ถึง 300 บาทนะเนี่ย >< สนุกมากมาย เราว่าจะเรียนแบบคอร์สเต็มๆ ด้วย โชคดีที่มันใกล้บริษัทเรามากๆ เสร็จแล้วก็เอาไปหย่อนให้เพื่อนที่บริษัทกินจะได้ไม่อ้วน 55555 ถ้าเราลงเรียนคอร์สเต็มๆ ก็จะได้เค้กปอนด์ขนาดใหญ่แบบกลมอาทิตย์ละก้อนไปเดือนนึง 

 

DSC_0639

แต่ก่อนที่จะเรียนทำเค้กจริงจัง อาทิตย์หน้าเราลงเรียนคอร์สแต่งหน้าคุ้กกี้โดยใช้ Royal Icing เอาไว้ แล้วจะไปถ่ายรูปมาอัปบล๊อกทุกขั้นตอนอีกที รอวันพฤหัสหน้านะ :)

 

ป.ล. ทำตัวเหมือนว่างงานวันที่ 2 กุมภาต้องส่ง 1 เปเปอร์ กร้ากกกก      

 

ในที่สุดเราก็ได้กลับมาอัปบล๊อกซักที หลังจากการสอบที่แสนจะทรมานได้ผ่านไปแล้ว เกิดมาไม่เคยเจอข้อสอบไรยากแบบนี้มาก่อนเลย จำได้ว่าตอนสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่นข้อสอบก็ไม่ได้ยากขนาดนี้ อ่านหนังสือก็หนัก เครียดสุดๆ ค่าสอบก็แพง คิดเป็นเงินไทยแล้วเป็นหมื่นเลย อยากสอบผ่านให้ได้ในทีเดียวจริงๆ จะได้ไม่ต้องเสียเงินแล้วก็เครียดแบบนี้อีกปีหน้า

ยังไงก็ตามวันนี้เราก็ยังไม่ได้ออกไปวิ่ง (แหะๆ) เนื่องจากความเครียดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วทำให้สภาพร่างกายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าหากพรุ่งนี้หายดีจะออกไปวิ่งละ

 วันนี้เราก็เลยมาอัปบล๊อกเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหารง่ายๆ ซักหน่อย เพราะว่าตอนนี้สำหรับเรานั้นเรียกได้ว่าเป็นปลายเดือน เงินก็ไม่ค่อยมี - - อีกสองวันเงินเดือนจะออก 5555 พอไปที่ซุปเปอร์แถวบ้าน ก็ได้ปลาซาบะมาในราคาถูกมาก ทั้งตัวยาวๆ หั่นแล้วแค่ 200 กว่าเยน ก็เลยเอามาทำปลาซาบะเทริยากิกินซะเลย 

วัตถุดิบการทำก็หาได้ง่ายๆ ในบ้านเราแม้ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นก็ตาม อ่อ สูตรนี้ใช้กับปลาอย่างอื่นที่ไม่ใช่ซาบะก็ได้นะ ลองปรับๆ ดูได้

สิ่งที่ต้องมีก็คือ

1. ปลา เท่าไหร่ก็ได้เอามาเหอะ ไม่ต้องเยอะมาก เดี๋ยวซอสจะไม่พอ

2. โชยุ  3 ช้อนโต๊ะ เราไม่แน่ใจว่าใช้ซีอิ้วแทนได้รึเปล่า แต่โชยุในซุปเปอร์เมืองไทยเดี๋ยวนี้ก็หาได้ไม่ยากแล้ว ขวดเล็กๆ ไม่กี่ตัง

3. น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ วิธีการใส่น้ำส้มสายชูลงไปในปลาย่างเทริยากิเนี่ย เราได้มาจากที่ซุปเปอร์แถวบ้าน ตอนแรกก็คิดว่ามันแปลกๆ แต่พอใส่ลงไปแล้วมันอร่อยกว่าไม่ใส่แหะ

4. นำ้ผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ ไฮโซมากมาย ความหวานที่ได้มาจากน้ำผึ้ง ไม่ได้ใช้น้ำตาล แต่ถ้าใครไม่มีก็ใช้น้ำตาลก็ได้ ปริมาณเท่ากัน

5. ขิงขูดเล็กน้อย ใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้ ถ้าขี้เกียจ ใส่แล้วกลิ่นดีขึ้นนิดหน่อย 

6. น้ำมันพืชสำหรับทอดนิดหน่อย.. เอาเหอะ เราทอดเอา ขี้เกียจย่าง 

เราจำได้ว่าเราเคยดูรายการอาหารในช่อง Discovery Channel คุณลุงหนวดที่มาสอนบอกว่า การทำอาหารไม่ใช่การทดลองเคมี ไม่ต้องให้มันเป๊ะมากหรอก - -

เอาเป็นว่าเริ่มเลยละกัน

นี่เป็นปลาที่เราได้มา ดูดิราคาถูกมาก 250 เยนลดอีก 20% T_T เหมาะสำหรับคนจนๆ แบบเราจริงๆ กินได้ 4 มื้อ

 

เอาส่วนผสมทำซอสทั้งหมดใส่ลงชาม เราไม่มีชามมีแต่กาละมังเล็กนี่แหละ

หั่นปลาเป็นชิ้นสำหรับ 1 ที่ ตรงเนื้อปลาจะบากก็ได้ ไม่บากก็ได้ ที่เราบากเพราะว่ามันค่อนข้างหนา เวลาบากอย่าบากลึกไม่งั้นปลาจะหลุดเป็นชิ้นๆ

แช่ปลาทั้งหมดลงในซอส 15 - 20 นาที พยายามให้มันทั่วๆ ด้วยนะ ซอสมันมีไม่ค่อยเยอะ ก็พลิกกลับไปกลับมาก็ได้

ทอดโลด ใช้ไฟกลางนะ มันไหม้ง่ายมาก เราทำไหม้มานักต่อนักแล้ว - - เวลาทอดเอาด้านที่เป็นหนังลงก่อน ใช้น้ำมันพืชเล็กน้อย ทอดให้ด้านที่เป็นหนังมีสีสวยงาม

 

ถ้าคิดว่าสีโอเคแล้วก็กลับด้าน ลดไฟลงอีกนิดหน่อย กลัวไม่สุก 555 ซอสมันไหม้ค่อนข้างง่าย ไม่ใช่ไร ใช้เวลานิดนึงแต่อย่าให้มันไหม้ดีกว่า

พอปลาอีกด้านเริ่มสุก เราก็เอาซอสที่หมักปลาทั้งหมดเทลงไปเลย เร่งไฟขึ้นด้วยนะ

 

ซอสมันก็จะเดือดปุดๆๆๆๆ เราก็ให้มันเดือดจนน้ำลดลงเรื่อยๆ

พอน้ำหายไป เราก็จะได้เป็นซอสเทริยากิแบบที่เค้าขายตามร้านกันนี่แหละ

เสร็จแล้วก็ตักใส่จานเลย แค่นี้เอง ทำจริงๆ ไม่ยากหรอก อร่อยพอๆ กับที่กินตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป ลองปรับใช้กับปลาแบบอื่นก็อาจจะน่าสนใจดีก็ได้ ^^

ตอนอยู่ไทยเราไม่ค่อยได้ทำอาหารบ่อยนัก แต่พอมาอยู่ญี่ปุ่นก็มักจะทำกินเองแทบทุกมื้อเป็นส่วนมาก เพราะว่ามีซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ใกล้บ้าน และอาหารญี่ปุ่นตามร้านมันค่อนข้างแพง ตอนแรกเราก็ว่าจะทำอาหารไทย แต่วัตถุดิบมันหายาก แล้วก็หาสูตรอาหารไม่ค่อยได้ ก็เลยคิดว่าเอาของง่ายๆ ใกล้ๆ ตัว กินอาหารญี่ปุ่นมันนี่แหละ - -" ตามนิตยสาร หรือว่าที่มุมสูตรอาหารในซุปเปอร์ก็มีสูตรให้เลือกมากทีเดียว ^^