Blythe

Doll Project แปลงโฉม Licca chan

posted on 24 Oct 2009 00:08 by lovelypanda in Blythe

เข้าเรื่องริกะจังเลยดีกว่า จริงๆ แล้วเราเป็นคนที่ชอบตุ๊กตา ที่ดูไม่น่ากลัวตัวไหนก็ได้ ริกะจังก็เป็นหนึ่งในตุ๊กตาที่เราชอบ เพราะว่าราคาถูกและบอดี้ที่ใช้ใกล้เคียงกับ Blythe มาก (แค่ใกล้เคียงแต่ไม่เท่านะคะ Blythe ล่ำว่าประมาณ 1-2 มิล โดยเส้นผ่านศูนย์กลาง)

 

ริกะจังเป็นตุ๊กตาที่หาได้ง่าย มีขายทั่วไป เด็กญี่ปุ่นผู้หญิงใครๆ ก็มีกันทุกคน จนบริษัทฉลองยอดขายริกะจังจำนวน 50 ล้านตัวไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ (เท่ากับประชากรประเทศนึงเลยนะนั่น) ราคาของริกะจังมีตั้งแต่ไม่ถึงพันเยน ยันหลายแสนเยนเช่นกัน

 

วันนี้เรามีโปรเจคการแปลงโฉมริกะจังมานำเสนอ เผื่อว่าใครมีตุ๊กตาที่บ้านแล้วเบื่อหน้ามันแล้ว หรือว่าตุ๊กตาเริ่มดูเก่าไม่น่าเล่น (จริงๆ ของเก่ามีค่ามากกว่านะ..) ก็ลองมาทำดู หรือว่าถ้าใครว่างๆ เบื่อๆ ก็ลองมาทำดูได้เหมือนกันค่ะ เพราะว่าใช้เงินไม่มากเลยก่อนอื่นเราก็เริ่มจากไปที่อิโตโยคะโด ซื้อตุ๊กตาริกะจังรุ่นที่ถูกที่สุดในห้างที่มีก็คือ Hajimemashite Licca chan ราคา 1180 เยน

 

 

  

เสร็จแล้วก็แกะออกมาจากกล่อง รูปที่เราถ่ายอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ เพราะว่าโต๊ะทำงานเราแสงจ้ามาก ถ้าหากแสงไม่พอทำงานไม่ได้ค่ะมันก็เลยจ้าไปหน่อย

 

 

ขั้นตอนนี้ออกจะโหดเล็กน้อย แต่ไม่ทำไม่ได้ค่ะดึงหัวของริกะจังออกมาจากตัวเลยค่ะ ใช้แรงได้รับรองว่าไม่พังปลอกที่ครอบผมอย่าทิ้งนะคะ มันมีประโยชน์มากเวลาที่ต้องการให้ผมม้าเข้ารูป

 

 

เสร็จแล้วก็ถอดเอาพวกตุ้มหูออกให้หมดเอา wrap ห่ออาหารกับสกอตเทป พันเก็บผมของริกะจังให้หมด ให้เหลือไว้แค่หน้านะคะถ้าหากผมลงมาปิดหน้าก็จะทำงานไม่สะดวกแล้วจะเลอะด้วย

 

 

หลังจากนั้นก็ใช้ทินเนอร์ หรือยาล้างเล็บก็ได้ค่ะ (ยาล้างเล็บอาจจะกินเนื้อพลาสติก อย่าใช้มากนะคะ)ลบหน้าทิ้งให้หมดเลย งานนี้ก็คือเราจะเขียนหน้าของริกะจังใหม่ค่ะ

 

 

ปกติขั้นตอนนี้เราจะไม่ทำเพราะว่าขี้เกียจ แต่หลายๆ คนบอกว่าการใช้มาสกิ้งเทปแปะลงไปก่อนเพื่อเป็นการกำหนดตำแหน่งจะทำให้วาดได้ง่ายขึ้น รอบนี้เราก็เลยลองทำดูบ้างค่ะแปะลงไปตามเส้นเลยว่าใต้ตาอยู่ตรงไหน เหนือตา คิ้ว แล้วก็ตรงกลางของหน้า

 

 

หลังจากนั้นเราก็จะใช้สีอะคลิลิกในการวาดทั้งหมดค่ะสีอะคิลิกที่ใช้ปกติเราชอบของทามิย่าเพราะว่าเนื้อเกลี่ยง่ายแล้วทินเนอร์มันไม่แรงเท่า Mr. Color เราใช้สีน้ำตาลผสมทินเนอร์ให้จาง ร่างใบหน้าว่าจะเอาแบบไหนค่ะเรากะว่าจะทำให้หน้าตาของริกะจังดูการ์ตูนมากขึ้นหน่อย ก็เลยวาดตาให้โตขึ้นถ้าหากพลาดก็ไม่เป็นไรค่ะ ใช้ทินเนอร์ลบใหม่เลย เอาจนกว่าจะพอใจค่ะ สีจางๆ มันลบได้ง่ายมากๆ ค่ะ

 

 

พอร่างได้แล้ว เราก็ใช้สีที่ร่าง ลงรายละเอียดให้มากขึ้น ตรงไหนที่เกินก็ลบออกค่ะส่วนที่เติมก็คือตา 2 ชั้น ขนตาทั้งด้านบนด้านล่างตอนที่เก็บรายละเอียด เราเอามาสกิ้งเทปออกแล้วเพราะว่ามันทำให้มองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนกว่า(ว่าง่ายๆ ก็คือไม่ชินที่ใช้เลยดึงออก - -")

 

 

เสร็จแล้วเราก็ใช้สีน้ำตาลอันเดิม แต่ว่าผสมให้เข้มขึ้น ทาทับลงในส่วนที่ต้องการจะเน้นเวลาที่วาดหน้าตุ๊กตา วิธีการวาดก็คือเริ่มจากสีอ่อนก่อนแล้วทาทับลงไปให้เข้มขึ้นเรื่อยๆ เป็นเทคนิกที่นิยมใช้กันค่ะ (นิยมที่ว่านี่... เท่าที่รู้มาก็ 100 ทั้ง 100 ก็ใช้กันแบบนี้แหละค่ะ)

 

 

อ่อ ลืมบอกไปว่า การเอาผ้าขนหนูรองข้างใต้ เป็นเทคนิกที่ทำให้มือและหัวไม่เลื่อนมากค่ะขั้นตอนถัดไปก็คือการระบายส่วนของตาดำ ขั้นตอนนี้จะสวยหรือว่าไม่สวยอยู่ที่การไล่ความเข้มจางของสี..แต่เนื่องจากเราเป็นคนใจร้อนเลยทำได้ไม่ดีนัก ไม่เคยรอให้สีแห้งก่อนเลย - -"ในขั้นตอนนี้เราเติมจุดสีน้ำตาลที่มุมปากสองข้างของตุ๊กตาเพื่อให้ปากดูมีมิติมากขึ้นค่ะ

 

 

พอสีแห้งแล้ว (รอหน่อยก็ดีนะคะ เรามันใจร้อน..)ก็ใช้สีดำเติมส่วนของตาดำข้างในและก็เน้นเส้นขอบตาด้านบนให้ดำขึ้น มันจะดูชัดเจนดีค่ะแต่บางคนก็ไม่ชอบให้ตาเข้มๆ ก็วาดให้จางๆ ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ความชอบ

 

 

ในระหว่างที่รอให้สีดำแห้ง เราก็เอาสีขาวมาทาในส่วนของตาขาวค่ะเราผสมสีขาวค่อนข้างจางเพราะว่าถ้าหากสีขาวมันชัดมากจะทำให้ดูคมเกินไป ก็เลยทาแค่จางๆบางทีปกติเราไม่ทาส่วนตาขาวเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าอันนี้เป็นแนวการ์ตูนๆ ก็เลยทาซะหน่อยค่ะเวลาทามันอาจจะเลอะเข้ามาในส่วนตาดำนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรค่ะ ไว้แก้ทีหลังได้ แต่อย่าให้เลอะขอบตาด้านบนกับด้านล่างก็พอ

 

 

และในระหว่างที่รอให้สีขาวแห้ง เราก็เอาสีขาวที่ค่อนข้างข้นกว่าที่ทาตาขาวซักหน่อย มาทาเป็นแววตาค่ะเราชอบขั้นตอนนี้มากที่สุดในการวาดหน้าตุ๊กตาเพราะว่ามันทำให้หน้าตาตุ๊กตาของเราดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที

 

 

พอสีขาวที่ตาขาวแห้งแล้ว เราก็ใช้สีน้ำตาลอันเก่าที่เคยทาตาดำ เก็บขอบระหว่างตาดำกับตาขาวให้เนี้ยบตรงไหนที่ไม่เนี้ยบก็พยายามแก้ให้เรียบร้อยในขั้นตอนนี้ค่ะ

 

 

ส่วนของปากนั้นเราใช้สีทามิย่าแบบ Enamel ก็คือสีใสค่ะ ไม่ใช่สีทึบ ผสมบางๆ แล้วทาเร็วๆ เลยอันนี้เราคิดว่าสีมันออกมาเข้มไปนิดแต่ก็เอาเถอะ เราใจร้อนไม่ได้ลองก่อนให้ดีค่ะ - -" ปกติเราไม่ชอบทาสีปากทึบๆ เพราะว่ามันเข้มไปหน่อย ปาก Blythe ปกติก็ส่วนใหญ่ใช้พาสเทลค่ะส่วนปากนี่ถ้าเลอะก็ใช้คอตตอนบัทชุบทินเนอร์แล้วก็เช็ดขอบๆ ออกให้สวยงาม อย่าทิ้งไว้นานเพราะยิ่งนานยิ่งลบยากค่ะ

 

 

พอสีแห้งแล้ว (ต้องรอให้สีแห้งจริงๆ นะคะ ไม่งั้นอาจจะเกิดโศกนาฎกรรม งานจะเสร็จแล้วเลอะต้องทำใหม่หมด)ก็ประกอบหัวกับตัวเข้าด้วยกันตามเดิม แกะ wrap ที่ห่อผมออก แล้วเอาที่ครอบผมที่มากับตุ๊กตาตอนแรกมาครอบไว้ตามเดิมเพราะว่าผมที่ wrap จะออกมากระเซิงมาก กว่าจะจัดให้เข้าที่ได้ก็แทบแย่ค่ะ แต่ไม่ wrap ก็ไม่ได้เหมือนกันพอใส่ที่ครอบลงมาก็จะสังเกตได้ว่าผมม้ามันไม่ค่อยเท่ากัน ยาวไปซักหน่อย เราก็เลยตัดออกนิดหน่อยค่ะ

 

 

ที่เหลือก็แค่จัดแต่งผมให้เข้าที่แล้วก็นำไปเล่นได้ตามสะดวกอ่อจริงๆ แล้วควรจะมีขั้นตอนการเอาสีฝุ่นสีแดงปัดแก้มซักหน่อยให้แก้มแดงขึ้นด้วยนะคะแต่เราทิ้งสีฝุ่นไว้ที่ทำงานก็เลยไม่มีอยู่ตอนนี้พอปัดแก้มแล้วก็ใช้ Top Coat ของ Mr Color หรือว่าเคลียร์ด้านพ่นทับอีกทีไม่ให้แก้มหลุดก็ดีค่ะ แต่พ่นนิดเดียวพอนะคะอ่อเวลาพ่นอย่าลืมห่อผมด้วยนะคะ เสร็จแล้วค่ะ กับโปรเจคการแปลงโฉมตุ๊กตาริกะจังเราทำตัวเหมือนว่างงานเลย 555 แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ว่างงานเลยค่ะ งานเยอะจนเบื่อไปหมดต้องหาอะไรเล่นนิดๆ หน่อยๆ

ก่อนหน้านี้เราได้ Blythe ตัวใหม่มา เป็น Kenner Blythe จากปี 1972 เชิญชมได้ใน Entry นี้ เราก็มานั่งดูหน้าของ Kenner ตัวที่ได้มา แล้วก็รู้สึกว่าทำไมมันสวยกว่า Blythe ปกติ ตอนแรกเราคิดว่าทาง CWC จะก๊อปปี้หน้าของ Blythe ออกมาเหมือนต้นฉบับเปี้ยบในตอนแรกๆ แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ เท่าที่ดูยังไม่มี Blythe รุ่นไหนที่ทำออกมาได้เหมือนกับ Kenner Blythe เลย (พูดง่ายๆ ก็คืออยากได้ Kenner อีก แต่ไม่มีปัญญาซื้อแล้ว) เราก็เลยอยากจะลองเอา Blythe แต่ละรุ่นแต่ละหน้ามาเทียบกันแบบชัดๆ ไปเลย มันก็เลยเกิด Entry นี้ขึ้น

อันดับแรกสุดเลย Kenner Blythe ต้นตำรับจากปี 1972

 

 

แค่มีตัวเดียวก็ไม่รู้ว่าจะมีเงินพอเหลือซื้อแกลบกินรึเปล่า แต่ Kenner Blythe นั้นทั้ง Classic ทั้งสวย หน้าไม่อ้วน ถ่ายรูปขึ้น ดูเป็นของมีคุณค่ามากๆ ผลิตออกมาแค่ปีเดียว ไม่รู้ว่าในปัจจุบันมีเหลืออยู่ทั้งหมดกี่ตัว ยิ่งสภาพดียิ่งราคาสูง แต่คนที่ชอบคัสตอมแบบเรา เหลือแค่หัวมาอย่างเดียวก็โอเคนะ เอามาซ่อมให้สวยได้ ภายในหัวของ Kenner Blythe นั้น กลไกเหมือนกับ Blythe EBL หรือว่า Excellent Blythe มากที่สุด

 

 

พอ CWC ได้ลิขสิทธิ์มา ก็เริ่มผลิต Excellent Blythe หรือว่า EBL ขึ้น ตอนแรกเราก็คิดว่า EBL จะเหมือนกับ Kenner มากที่สุด แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่.. ลักษณะของ Eye Chip ที่ใช้ก็ไม่เหมือนกัน ขนาดของตาก็ไม่เท่ากัน แต่ EBL ก็เป็น Blythe ที่ Classic อีกรุ่นนึงเลยทีเดียว CWC เลิกผลิตรุ่นนี้ไปซักพักแล้ว ถึงแม้จะมองจากภายนอกไม่เห็น แต่ EBL เป็นรุ่นที่ลูกตาขาวมีรู รุ่นอื่นไม่มี และแกนของตาเป็นสีเนื้อ รุ่นอื่นเป็นสีขาวหมด

 

 


 

 แต่ถ้าหากแยกกันไปลึกๆ อีก EBL ก็มีแบบรุ่นเก่ากับแบบรุ่นใหม่ EBL ที่ทาง Takara ผลิตขึ้นมาแรกๆ หน้าจะด้าน ไม่ได้มันแบบ EBL รุ่นใหม่ๆ ตัวอย่างเช่นในภาพเป็น EBL รุ่นแรกๆ ที่เรียกว่า All Gold in One

 

 

ตามมาด้วย Superior Blythe หรือว่า SBL รุ่นนี้เป็น Blythe ถัดมาจากรุ่น EBL ที่ CWC (ให้ Takaratomy) ผลิต ตาเล็กกว่า Kenner Blythe พอสมควร รุ่นนี้ในปัจจุบันก็ประกาศเลิกผลิตแล้วเช่นกัน ที่เลิกผลิตคิดว่าน่าจะเป็นเพราะยอดขายของแบบ Radiant Blythe นั้นดีกว่ามากๆ ในกลุ่มคนคัสตอมแล้วก็ชอบที่จะเปิดหัว RBL มากกว่าเพราะว่าไม่ต้องใช้เลื่อยหรือว่า Hot Knife มาเปิดกระโหลกนี่เอง แต่สำหรับคนที่ชอบคาฟช่องตาเพิ่ม SBL ก็ย่อมจะดีกว่า เพราะ RBL มันรูใหญ่อยู่แล้ว ไปเจอเพิ่มจะเจ๊งเปล่าๆ

 

 

ถัดจาก SBL มาเป็นตุ๊กตา Blythe สายจากทางอเมริกาบ้าง Ashton Drake Blythe บริษัทนี้ปกติเป็นบริษัทผลิตตุ๊กตาเด็กทารกที่ดูเหมือนจริง (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Lifelike Baby Doll.... แอบกลัวนิดหน่อย) คิดว่าคงเป็นอิทธิพลที่ตุ๊กตา Blythe ได้รับความนิยมมากและ CWC ได้ลิขสิทธิ์แต่ในทวีปเอเชียเท่านั้น Ashton Drake จึงซื้อลิขสิทธิ์ไปทำตุ๊กตา Blythe รุ่นของตนเองในอเมริกาแทน ตอนแรกเราคิดว่าอาจจะคล้าย Kenner Blythe อยู่บ้างเพราะว่าก็สายอเมริกาเหมือนกัน แต่ก็คิดผิด หน้าตาไม่เหมือนกันเลย... อาจจะเสียมารยาทต่อคนที่ชอบ แต่เราไม่ค่อยชอบโมลหน้าของ Ashton Drake เท่าไหร่ พลาสติกที่ใช้ใกล้เคียงกับ Kenner แต่ Kenner มันผลิตมา 30 กว่าปีแล้ว คุณภาพพลาสติกมันไม่ได้ดีเท่าปัจจุบัน พอ Ashton Drake ไปทำเลียนแบบ มันเลยดูเหมือนคุณภาพสู้ของที่ Takara ผลิตไม่ได้

 

อ่อ อีกอย่างนึงที่เราไม่ค่อยชอบ Ashton Drake เท่าไหร่ก็เพราะว่าในใบโฆษณาด้านหลังกล่องของ Ashton Drake นั้น ดันใช้ Blythe ของ CWC ที่เป็น SBL ไปถ่ายแทนที่จะใช้ของตัวเอง (ไม่ทราบทำไม) ใครที่พอมีความรู้ด้าน Blythe อยู่บ้างมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ 

 

 

มันเหมือนกับ Ashton Drake Blythe ข้างบนตรงไหนเนี่ย - -

 

 

กลับมาที่ Blythe ของ CWC กันต่อกับรุ่นที่เรียกว่า Radiant Blythe หรือว่า RBL รุ่นนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักคัสตอม Blythe ทั้งหลายด้วยสาเหตุที่ว่า "เปิดหัวได้ง่าย" แล้วก็หลังๆ ยอดขายของ Blythe RBL ดีมาก วางขายไม่นานก็หมด ส่วนใหญ่ที่เหลือๆ จะเป็นแต่แบบ SBL ทั้งนั้น พูดตามตรงว่าเราแทบจะไม่เคยเห็น Blythe แบบ RBL วางขายแบบเหลือๆ เลย นอกจากความนิยมที่สูง การซ่อมแซมที่ง่ายก็คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ RBL เป็นที่นิยมมากกว่า ขนาดของตาของ RBL นั้นเท่ากับของ Kenner แต่รูปหน้าก็ไม่คล้ายอยู่ดี Kenner หน้าจะยาวกว่าเล็กน้อย ส่วนตัวเราชอบ Blythe รุ่น RBL ที่สุด.. แต่เชื่อมั้ยว่า.. ตั้งแต่ได้ Kenner มาในมือ ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป *0*

 

 

 

อันดับสุดท้าย Blythe จาก CWC ความหวังใหม่ของเรา *-* ว่ามันจะคล้ายกับ Blythe Kenner นั่นก็คือ Fairest Blythe หรือว่า FBL ที่เพิ่งออกมาได้เป็นครั้งแรกในปีนี้เพียงแค่รุ่นเดียวคือ Bloomy Bloomsbusy เป็นผิวหน้าแบบด้าน ตาไม่ใหญ่เท่า RBL แต่ว่าปรับ Proportion ได้ใกล้กับ Kenner Blythe มากที่สุดแล้ว ตอนนี้ Blythe รุ่นนี้ยังราคาแพง และยังไม่มีออกมามาก (แหงละมีรุ่นเดียว) เราก็ได้แต่หวังกันต่อไปว่า CWC จะออก FBL แบบไหนมาทำให้กระเป๋าเราฉีกกันอีก

 

พอมาดูกันแบบนี้แล้วก็จะเห็นได้ว่า Blythe ที่หลายๆ คน (ที่ไม่ได้เล่น) มองเห็นว่าหน้าตามันก็เหมือนกันหมด มีไปหลายๆ ตัวทำไมนั้น จริงๆ แล้วมันไม่ได้เหมือนกันเลย 5555 หน้าแต่ละแบบมีจุดดีจุดด้อยต่างๆ กันไป แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น เราก็ขอยกให้ Kenner Blythe เป็นสุดยอด Blythe ที่สวยที่สุด จนกว่าในอนาคตทาง CWC จะออกแบบ FBL มาให้เปรียบเทียบกันมากขึ้น