นี่เป็นหนึ่งในกิจกรรมของโครงการ "อยู่ญี่ปุ่นทั้งที ต้องหาอะไรทำให้คุ้ม" (โครงการส่วนตัวเราเอง) 

เราพยายามจะหากิจกรรมอะไรก็ได้ที่ทำได้แต่เฉพาะในญี่ปุ่น และไม่สามารถทำได้นอกประเทศที่ไหนทำ เพราะว่าตัวเราเอง มีเวลาอยู่ในญี่ปุ่นก็น้อยลงเรื่อยๆ แล้ว (จริงๆ กะหาอะไรเล่นมากกว่า) เราก็เลยพยายามสรรหากิจกรรมแปลกใหม่ทำ ไม่ว่าจะเป็นการไปเล่นน้ำกับปลาโลมายันศิลปะพื้นบ้าน OTOP ต่างๆ

 

ตอนนี้สิ่งที่ทำอยู่หลักๆ ตอนนี้ก็คือศิลปะมากิเอะ (蒔絵) และก็การเขียนพู่กันญี่ปุ่นที่เพิ่งจัดนิทรรศการไปเมื่อเดือนมีนา เอาเป็นว่ามาดูเลยดีกว่าค่ะว่ามากิเอะมันคืออะไร 

 

มากิเอะ (Makie 蒔絵)หรือว่าการทำผลงานแลคเกอร์แบบญี่ปุ่น นั้นมีมานานตั้งแต่สมัยเฮอัน (คิดว่านะ) เป็นวัฒนธรรมที่ได้มาจากจีนแล้วญี่ปุ่นเอามาดัดแปลงอีกทีหนึ่ง

 

คำว่า มากิเอะ 蒔絵 นั้นมาจากคำว่า 蒔く (Maku) ที่แปลว่าโปรย หรือว่า​โรย และ 絵 ที่แปลว่ารูปภาพ คำนี้ได้มาจากขั้นตอนการทำภาพนี้เอง เพราะการทำภาพมากิเอะคือการโรยผงทองลงไปบนยางไม้ที่วาดไว้เป็นภาพนั่นเอง

 

หลายๆ ท่านคงจะคุ้นเคยกับมากิเอะกันดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสติกเกอร์ติดมือถือที่เรียกกันว่า 蒔絵シール สัมผัสของมากิเอะจะคล้ายๆ กับสติกเกอร์แหละค่ะ คือจะนูนขึ้นมาเล็กน้อย เอาเป็นว่ามาลองดูการทำกันเลยดีกว่า


 
อุปกรณ์ในการทำมากิเอะ เมื่อเทียบกับงานศิลปะแบบอื่นๆ แล้วก็คิดว่ามีไม่มาก มีพวกเบนซินที่ใช้จุ่มพู่กัน ทินเนอร์ที่ใช้ลบเวลาพลาด ผงที่ใช้ในการลอกลาย ฯลฯ
 
 
 
เมื่อเริ่มต้น เราจะเลือกลายที่จะวาดลงบนภาชนะก่อน ลายพวกนี้จะวาดเองโดยใช้ดินสอสีขาวก็ได้ หรือว่าจะวาดลงบนกระดาษแล้วค่อยลอกลายลงที่หลังก็ได้ การลอกลายจากกระดาษจะใช้ผงลอกลายที่มีสีแดงอ่อนๆ ปัดลงไป
 
 
 
อันนี้คือผลงานที่เสร็จแล้วของคนอื่นที่ทำมา นอกจากจะวาดลงบนจานแล้ว อาจจะทำใส่เครื่องประดับต่างๆ ได้อีกด้วย
 
 
 
พอได้ลายมาแล้ว เราก็ทาบบนภาชนะดูว่าจะเอาตำแหน่งไหน แล้วก็ค่อยๆ ลอกลายลงไป
 
 
 
การลอกลายนั้่น จะทำได้แค่คร่าวๆ เท่านั้น ลายที่ออกมาจะเป็นจางๆ ไม่ได้ชัดเจนอะไรมากมาย แถมเส้นบางๆ พวกนี้ก็อาจจะหายไปถ้าบังเอิญเอามือไปโดย เราใช้ลายที่ร่างเป็นแค่ไกด์ในการวาดเท่านั้น
 
 
 
ขั้นตอนถัดไปหลังจากลอกลายเสร็จเป็นการใช้ยางไม้วาดเป็นภาพลงไปบนชิ้นงาน ยางไม้นี้จะแข็งตัวเมื่อมีความชื้นสูงหรือว่าอุณหภูมิที่ต่ำมากๆ ปกติแล้วจะใช้เวลาแข็งตัวเป็นวันๆ แต่ถ้าหากวันไหนความชื้นสูงต้องระวังยางแข็งตัวด้วย 
 
เราใช้พู่กันปลายเล็ก (เบอร์ 0-2) ที่มีขนแปรงค่อนข้างยาว จุ่มลงในยางไม้แล้ววาดเส้นรอบรูปขึ้นมาก่อน ยางไม้มีความเหนียวพอสมควร เวลาเขียนเราต้องค่อยๆ ลากเส้นช้าๆ ไม่งั้นยางจะแตกออกแล้วทำให้เส้นที่ได้ขรุขระ
 
 
 
เวลาที่วาดลงบนภาชนะบางทีเราก็มองลายที่ลอกไว้ไม่เห็น ต้องอ้างอิงเอาจากภาพในกระดาษ หรือว่าคนที่โปรมากๆ ก็แต่งเอาเองเลย ไม่ต้องมองลายที่ไหน
 
 
 
พอเราวาดเส้นรอบรูปแล้ว ก็จะใช้พู่กันที่ใหญ่ขึ้นลงยางในส่วนที่ต้องการให้เป็นสีทึบ เวลาวาดเราต้องเว้นช่องว่างไว้ด้วย ไม่งั้นภาพจะเป็นก้อนใหญ่ๆ มองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร เวลาทายาง เราต้องทาให้บาง ให้พอมองเห็นภาชนะได้ เพราะว่าผงทองนั้นมีความละเอียดสูงมาก ถ้าหากเราทายางลงไปหนา ผงทองจะจมลงไปในเนื้อยาง ทำให้ภาพไม่ชัดหรือว่าไม่แวววาว
 
 
 
พอวาดแล้วทาน้ำยางด้านในภาพแล้วก็จะได้ออกมาเป็นแบบนี้ สังเกตได้ว่าต้องทาให้บางมากๆ พอวาดเสร็จแล้ว เราไม่สามารถเอาไปปัดผงทองทันทีเลยได้ เพราะว่ามันจะเลอะเพราะน้ำยางยังไม่แห้ง เราต้องเอาจานไปคว่ำไว้บนผ้าขนหนูชุบน้ำซัก 10 นาทีก่อน อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าถ้าหากความชื้นสูง ยางจะแข็งตัวได้ไวขึ้น ถ้าหากเราเอาไปปัดทองทั้งๆ ที่ยังไม่แห้ง ภาพจะเปื้อน
 
 
 
อันนี้คือผงที่เราจะใช้ปัด บางที่ก็จะใช้เป็นหลอดค่อยๆ โรยผงเหล่านี้ลงไปบนภาพ ความนูนของภาพขึ้นอยู่กับขนาดของผงทองที่ใช้ในการโรย บางทีเราอาจจะวาดหลายครั้ง โรยหลายครั้งเพื่อสร้างมิติให้นูนต่ำต่างกัน ผงทองที่ใช้จะเป็นทองบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังมีผงเงิน ทองแดง และก็ผงสีต่างๆ
 
 
 
หลังจากนั้นเราก็จะทำการเลือกสี และใช้พัฟทาหน้าในการปัดผงทองลงไปบนภาพที่วาดแล้ว สังเกตได้ว่ายางที่แห้งจะมีสีเข้มขึ้นมาก เวลาปัดเราต้องปัดเบาๆ แค่พอโดนชิ้นงานเท่านั้น ถ้าปัดแรงภาพก็จะเปื้อน เพราะแม้ว่ายางจะแห้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้แห้งสนิท เพราะถ้าแห้งสนิทปัดทองไปก็ไม่ติด
 
 
 
เวลาปัด เราสามารถใช้สีต่างๆ กันได้ แต่ถ้าหากปัดพร้อมๆ กันส่วนของสีก็จะไม่ได้แบ่งชัดเจน ถ้าหากต้องการให้ช่องใดช่องหนึ่งมีสีนึงไปเลย ต้องวาดแล้วปัดหลายๆ รอบ
 
 
 
อันนี้คือชิ้นงานที่ปัดทองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปก็คือการเอาใส่ถุงพลาสติก พร้อมกับเอากระดาษลังชุบน้ำหมาดๆ ใส่ไปด้วย 1 แผ่นเพื่อให้ความชื้น ทิ้งไว้ 1 คืนค่อยเอางานที่ได้มาเช็ดผงที่เกินอยู่ออกด้วยกระดาษทิ้ชชู่ชุบน้ำ เท่านี้ผลงานมากิเอะแบบเบื้องต้นก็เป็นอันเสร็จค่ะ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

#12 By (101.51.198.22|101.51.198.22) on 2014-07-25 20:39

Really beautiful plates

#11 By custom bags (222.77.115.126) on 2012-03-23 09:30

อยากทำบ้างงง ^^

#10 By foneko (58.11.114.185) on 2011-08-27 20:41

กำลังฝึกทำงานแลคเกอร์ญี่ปุ่นอยู่ครับ รบกวนช่วยแนะนำสถานที่ซื้อแลคเกอร์กับเครื่องมือหน่อยครับ อยากจะนำเข้าแต่ไม่รู้ไปซื้อที่ไหนอ่ะครับbig smile

#9 By ลี (58.10.234.44) on 2011-08-18 12:03

สวยมากเลยคะ

อยากทำบ้างจัง

big smile

#8 By green_kappa on 2011-06-13 16:43

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By Rinna ♥ on 2011-06-13 01:17

Hot! อยากทำบ้างHot! Hot! Hot!

#6 By petiteparty on 2011-06-13 00:47

ดูสวยคลาสสิคมากเลยค่ะน่าใช้มาก
Hot!

#5 By MEISANMUI™ on 2011-06-13 00:10

อู้วว ทำยากจังเลยนะคะ หนึ่งชิ้นคงมีราคาสูงแน่ๆ แต่ผลงานที่ทำก็สวยงามมากเลยค่ะ Hot! Hot! Hot! big smile
น่าลองทำจริงๆ ค่ะ >////<
ถาดแดงลายพัดบนสุดสวยมากเลยค่ะ

#3 By JiBi_AI on 2011-06-12 21:57

Hot! Hot! Hot! Hot!
ว๊าววววว สวยมากเลยครับ big smile
Hot! Hot!
รอดูว่าหลังเช็ดจะสวยขนาดไหน

#1 By momoocha on 2011-06-12 21:29