จริงๆ เราก็ไม่ได้กะจะอัปบล๊อกบ่อยมากเท่าไหร่ แล้วแต่ว่ามีเรื่องอะไรที่น่าสนใจที่จะนำมาเขียนรึเปล่า (ได้ข่าวว่าบล๊อกนี่เป็นไดอารี่ส่วนตัวไม่ใช่นิตยสาร - -)  แต่พอไปเห็นเรื่องที่น่าสนใจแล้วก็อดไม่ได้ที่จะอัปบล๊อก (แม้ว่าการบ้านของพรุ่งนี้ก็ยังไม่เสร็จ และนี่ก็ 5 ทุ่มกว่าแล้ว...) เพราะฉะนั้นก็เข้าเรื่องเลยดีกว่า
 
เหตุมันเกิดมาจากหนังสือเล่มสีฟ้านี่แหละ เป็นหนังสือขายดีที่เพิ่งออกมาได้ไม่นานนัก เราเป็นคนที่ชอบเดินเข้าร้านหนังสืออย่างน้อยวันละ 1 ครั้งเพื่อเช็คว่ามีอะไรน่าสนใจ มีการ์ตูนออกใหม่ หรือว่าอะไรที่น่าอ่านบ้างหรือเปล่า มุมในร้านหนังสือมุมหนึ่งที่เรามักจะดูเสมอก็คือมุมหนังสือเตรียมสอบเอนทรานซ์ของเด็กมัธยมปลาย อายุของเรานั้นผ่านพ้นวัยสอบเอนทรานซ์มานับสิบปีแล้ว แต่จนกระทั่งบัดนี้เราเป็นนักเรียนมาตลอดชีวิต คิดว่าซักวันจะได้ออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัยซักที แต่ก็ทำไม่ได้ และคิดว่าหน้าที่การงานก็คงไม่พ้นการอยู่ในมหาลัยต่อไปนี่แหละ
 
หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า "สมุดโน้ตของนักเรียนที่สอบเข้าโทไดได้นั้นจะต้องสวยงาม" มันอาจจะแปลเป็นไทยได้ดีกว่านี้ แต่ก็ช่างมันเหอะเอาเป็นว่ามันสื่อก็แล้วกัน สิ่งที่ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้ทำเอาไว้ก็คือ การรวบรวมสมุดโน้ตของนักศึกษาโทไดตั้งแต่อดีต (50 ปีก่อน) จนกระทั่งปัจจุบันเป็นจำนวน 200 กว่าเล่มแล้วนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกัน จนสามารถสรุปสิ่งที่เหมือนกันของสมุดโน้ตเหล่านี้ออกมาได้ 7 ข้อ ก่อนที่เราจะบอกว่า 7 ข้อนั้นมีอะไรบ้าง ลงกดเข้าไปดูรูปของสมุดโน้ตเหล่านั้นกันดูก่อนก็แล้วกัน กดที่ภาพแล้วมันจะลิงค์ไปที่ original size อะนะ เราไม่มีสแกนเนอร์ ถ่ายออกมาได้ชัดแค่นี้แหละ -0-
 
P1020734
 
P1020735
 
P1020737
 
P1020736
 
P1020738
 
P1020739
 
P1020740
 
ในหนังสือเล่มนี้บอกไว้ว่านักศึกษาโทไดส่วนมากจะมีความสามารถในการจดบันทึกการเรียนของตัวเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยส่วนมากนักเรียน เมื่อเริ่มเทอมใหม่ก็จะซื้อสมุดใหม่มาใช้ ความเห่อ ตื่นเต้น ใจจดใจจ่อ จะทำให้เราเขียน หรือจดเลคเชอร์ได้สวยงามเป็นพิเศษในช่วงแรกๆ แต่พอเวลาผ่านไปนานๆ เข้า การจดเลคเชอร์ของเราก็จะไม่เรียบร้อยขึ้นเรื่อยๆ แต่นักศึกษาโทไดเหล่านี้ไม่ใช่อย่างนั้น พวกเขาสามารถจดเลคเชอร์ได้อย่างเป็นระเบียบสวยงามตั้งแต่หน้าแรกจนกระทั่งหน้าสุดท้ายของสมุด ไม่มีการเลิกเขียนหรือว่าจดแบบเละๆ ตอนกลางทาง ว่าง่ายๆ ก็คือความสนใจและเอาใจใส่ต่อการจดเลคเชอร์นั้นเสมอต้นเสมอปลายตลอดตั้งแต่ต้นเทอมจนปลายเทอม ไม่รู้ว่ามีใครเป็นอย่างเราบ้างรึเปล่าที่พอเห็นสมุดจดสวยๆ แล้วก็อยากทำให้ได้แบบนี้บ้าง 
 
สิ่งที่เหมือนกัน 7 ประการในสมุดโน้ตเหล่านี้ หรือหลักสำคัญในการจดเลคเชอร์ของนักเรียนเหล่านี้ก็คือ
1. มีการย่อหน้าเข้าไปเพื่อแบ่งหมวดหมู่ โน้ตเหล่านี้ไม่ได้เขียนย่อหน้าที่เท่ากันหมด 
2. มีการวาดรูปประกอบถ้าจำเป็น หรือถ้าหากไม่วาดก็จะใช้วิธีซีรอกซ์มาแปะ
3. เว้นเนื้อที่ไว้ค่อนข้างมาก เผื่อเวลาที่ต้องการจะจดอะไรเพิ่มเติม ไม่ได้เขียนลงไปทุกตารางเซนติเมตรในแต่ละหน้า
4. มีการใช้ index หรือแถบกระดาษแปะเพื่อที่จะได้รู้ว่าอะไรอยู่หน้าไหน บางคนถึงกับทำสารบัญด้วย
5. จะจดให้เนื้อหาอยู่ในหน้าเดียว หรือพยายามให้จบในหน้านั้นๆ จะไม่เขียนให้ต้องพลิกไปหน้าถัดไป ถ้าหากเนื้อที่ไม่พอก็จะใช้กระดาษอื่นมาเสริม
6. มีการสร้างรูปแบบการจดที่เป็นเฉพาะของตนเอง เช่นภาษาอังกฤษก็จะมีการแบ่งหน้ากระดาษสำหรับเขียนความหมายของคำศัพท์ลงไปในหน้าเดียวกันด้วย
7.  และแน่นอนที่สุด เขียนอย่างเป็นระเบียบสวยงาม
 
การจดเลคเชอร์ตามหลักนี้จะทำให้ได้สมุดเลคเชอร์ที่สวยงาม น่าอ่านแล้วเราก็จะเรียนเก่งขึ้นอีกด้วย จริงๆ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเรียนญี่ปุ่น นักเรียนชาติไหนๆ ก็สามารถนำมาปรับใช้และสร้างสมุดโน้ตที่สวยงามของตัวเองออกมาได้ การจดเลคเชอร์เราไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีราคาแพง แค่มีสมุดและปากกาที่เขียนและจดอย่างสวยงามเป็นระเบียบ แค่นี้ก็เลิศแล้วละ
 
P1020729
 
อันล่างนี่เป็นสมุดของเราเอง - -" ยังห่างไกลคำว่าสวยงามอีกเยอะ แต่ต่อจากนี้ไปก็จะพยายามให้มากขึ้น

Comment

Comment:

Tweet

#75 By (113.53.110.240|113.53.110.240) on 2015-04-20 11:09

อยากจดให้ได้แบบนี้บ้างจังconfused smile confused smile

#74 By pawhale (110.77.203.21|110.77.203.21) on 2014-08-13 23:56

ตอนนี้ยังหาซื้อได้อยู่มั้ยค่ะ?embarrassed

#73 By PJ (103.7.57.18|219.214.226.4) on 2012-09-04 17:27

ขอบคุณมากค่ะสำหรับบทความดีดีเจ้าของบล็อกนี้น่ารักมากเลย ^ ^cry big smile

#72 By kayugi (103.7.57.18|125.25.188.211) on 2012-05-24 16:31

บันทึกของเด็กโตไดนี่ น่าอ่านมากๆ ปีนี้จะขึ้นมหาลัยเเล้ว อยากจดให้ได้เเบบนี้บ้าง ของจขบก็งามไม่เเพ้กันนะคะ

#71 By ssss (58.9.123.213) on 2012-03-23 20:54

ซักวันสมุดเราจะอ่านรู้เรื่องบ้างงHot! Hot!

#70 By SKDragon on 2011-10-22 00:41

เป็นแนวทางที่ดีมาก แม้ว่าจะเรียนจบไปนานแล้ว(หลายปี)แต่ยังต้องมาจดบันทึกการประชุมอีกsad smile