จริงๆ แล้วบล๊อกนี้เราทำขึ้นมาเพื่อไว้สำหรับบันทึกสถิติการวิ่งของตัวเอง เพราะว่าเราตัดสินใจแล้วว่าจะลงแข่งวิ่งมาราธอน Tokyo Marathon 2009 ระยะทาง 42 กิโลเมตรในเดือนมีนาปีหน้า อย่าคิดว่าเราเป็นพวกนักกีฬาหรือว่าออกกำลังกายมาเยอะแยะเลย จริงๆ เรามันก็แค่ม้าลาย (เปลี่ยนจากแพนด้าเนื่องจากมันโหล) อ้วนอืดที่อยากจะผอมก็เลยตัดสินใจบังคับตัวเองให้ลงแข่ง ถ้าไม่อยากตายก็จงออกไปซ้อมวิ่งซะ ค่าสมัครนั้นแพงถึง 12000 เยน ด้วยความเสียดายเงินและอยากผอม เราก็เลยต้องออกไปวิ่งอยู่เรื่อยๆ

 ยังไงก็แล้วแต่ entry นี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการวิ่งอยู่ดี เราคิดว่าจะกลับไปซ้อมวิ่งตั้งแต่วันอังคารหน้าเป็นต้นไป เพราะว่ามีสอบ รอให้สอบเสร็จก่อน (ก็แค่ข้ออ้าง) เราขอเขียนเรื่องเกี่ยวกับวรรณคดีเพิ่มอีกนิดก็แล้วกัน

สำหรับเราซึ่งเรียนวรรณคดีสมัยเฮอัน (ประมาณ 1200 ปีที่แล้ว) การอ่านหนังสือโบราณเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หนังสือโบราณนั้นไม่ได้ใช้เพียงแค่ภาษาโบราณเท่านั้น ตัวอักษร แกรมม่า คำศัพท์นั้น แตกต่างจากภาษาปัจจุบันโดยสิ้นเชิง อย่างที่ทราบกันดีว่าสมัยก่อน ไม่มีเครื่องพิมพ์ การก๊อปปี้หนังสือนั้นทำได้ด้วยการคัดลอกมือ - - หนึ่งเล่มก็ลอกกันหนึ่งครั้ง (เฮ้อ) หนังสือคัดลอกมือพวกนี้เราเรียกมันว่า Shahon (写本)

 

 เราคิดว่าถ้าหากเราเขียนอะไรที่มันเป็นวิชาการมากเกินไป บล๊อกนี้ก็จะน่าเบื่อขึ้นทันตา เราก็จะพยายามเขียนอะไรที่มันเข้าใจง่ายๆ ก็แล้วกัน เรื่องของ shahon เนี่ย ถึงจะเป็นคนที่ไม่เคยเรียนด้านวรรณคดีก็น่าจะเคยเห็นมันมาก่อนบ้าง ไอ้ตัวหนังสือตัวหนอนยึกยือที่ทั้งประโยคแทบจะใช้เส้นเดียวในการเขียน ตัวหนังสือแบบนี้เราเรียกว่า Kuzushi Ji (くずし字) หรือ Hentaigana (変体仮名) 

ครั้งแรกที่เราได้พบกับ Hentaigana เราก็คิดแค่ว่า "เชี้ย กรูจะอ่านออกได้ไงฟะ" ขอโทษที่หยาบคาย แต่ไม่ว่าใครพออาจารย์ที่ปรึกษาหยิบหนังสือแบบนี้มาส่งให้ก็คงจะมีปฎิกิริยาไม่ต่างกันมากนัก เชื่อมั้ยว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเรากลับบอกว่า ไม่ต้องกลัว ถ้าหากเอาแบบคร่าวๆ ให้พออ่านออกเป็นคำๆ ละก็ คนรู้ภาษาญี่ปุ่นถึงจะเป็นคนต่างชาติก็สามารถฝึกให้อ่านออกได้ภายใน 3 เดือน (สาธุขอให้จริง ได้ข่าวว่านี่เกิน 3 เดือนแล้ว... แต่เราก็ไม่ได้หัดจริงจังมาก)

วิธีการอ่าน shahon นั้น ไม่ได้ใช้วิธีการเพ่งทางใน เอาหนังสือมากางแล้วดูว่ามันคล้ายตัวหนังสือตัวไหน (จริงๆ วิธีนี้ก็ใช้ได้เสมอเมื่อหมดปัญญาจะแปล) แต่เราจะมี Chart ตัวหนังสือฮิรากานะ (นึกถึงตอนเรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ ดิ แบบนั้นแหละ) ที่แต่ละตัวจะมีคำอ่านแปะมาด้วย เราใช้ Chart นี้ในการเทียบตัวหนังสือแต่ละตัว เพื่อดูว่ามันอ่านว่าอะไร อ่อ เรื่องคันจิไม่ต้องห่วง มีโผล่ขึ้นมาผสมแน่ๆ แต่ถ้าหากให้เราพูดตามหลักวิชาการแล้ว ใน shahon ทั้งหมดก็เขียนด้วยตัวคันจินะแหละ เช่นตัว あ จะเขียนด้วยคันจิ 阿 (มันใกล้กันตรงไหนเนี่ย)

 

 chart ฮิรากานะที่ให้ดูด้านบนนั้นเป็นแบบย่อ ขอจริงนั้นยาวกว่านี้ประมาณ 4-5 เท่าได้ เราก็เอามาเทียบแล้วก็แกะไปทีละตัวๆ ใครอยากลองก็ลองจาก shahon ด้านล่างนี้ได้ ว่าง่ายๆ ก็คือถ้าหากเราจำ Chart ได้ทั้งอัน ก็คงจะอ่านออกละ ใช้เวลา 3 เดือนในการท่องก็ไม่แปลกเท่าไหร่ คิดซะว่าเหมือนเล่นแกะลายแทงขุมทรัพย์ก็แล้วกัน สิ่งที่ลำบากอีกอย่างก็คือลายมือแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน ก็ adapt เอาซักหน่อยก็พอถูไถ

 

 สำหรับตัวเรานั้น งานวิจัยหลักของเราคือวรรณคดีเรื่อง "ตำนานรักเกนจิ" หรือ Genji Monogatari ซึ่งเขียนโดย Murasaki Shikibu ปีนี้ครบรอบ 1000 ปีตำนานรักเกนจิพอดี เค้ามีงานกันที่เกียวโต อยากไปแต่ยังไม่ได้ไปเลย พูดถึงระยะเวลา 1000 ปีเนี่ย มันนานมาก เรียกได้ว่า 10 ศตวรรษ สำหรับ shahon ของเรื่องเกนจิเนี่ย ส่วนมากเป็นหนังสือที่คัดลอกกันในสมัยเอโดะ จะหาที่เป็นลายมือเขียนของมุราซากิ ชิคิบุ ไม่มีหรอก หรืออย่างดีที่สุด เก่าที่สุดที่เคยค้นพบกันมา ก็กลางสมัยคามาคุระ หรือว่าหลังจากที่เรื่องเกนจิ เกิดขึ้นบนโลกถึง 400 ปี แค่จะหา shahon ที่เป็นยุคเฮอันด้วยกันยังหาไม่ได้เลย 

เอาเป็นว่าการอ่านหนังสือโบราณเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับคนที่เรียนเอกวรรณคดีโบราณ ถึงแม้ว่าจะมีตีพิมพ์เป็นตัวหนังสือปัจจุบันวางขายอยู่หลายเล่ม แต่ในทึ่สุดเราก็ต้องกลับไปหาหนังสือคัดลอกด้วยมือเหล่านี้อยู่ดี 

 เล่มนี้เป็นหนังสือของเราเอง สำหรับเอาไว้หัดอ่าน เล่มนี้คือหนังสือเรื่อง Taketori monogatari (竹取物語) หรือเรื่อง เจ้าหญิงดวงจันทร์คางุยะ ที่ทุกคนรู้จักกันดีนั่นเอง

ช่วงนี้เราอัปบล๊อกบ่อยไปนิด ทำให้ไปเบียดบังเวลาการอ่านหนังสือที่จะต้องสอบในอีก 1 อาทิตย์ถัดไปค่อนข้างมาก ดังนั้นเราก็จะงดอัปบล๊อกซัก 1 สัปดาห์ พอสอบเสร็จก็จะกลับมาอัปใหม่เรื่อยๆ ขอบคุณที่ติดตาม ^^" 

edit @ 7 Sep 2008 17:30:59 by Minpanda

Comment

Comment:

Tweet

มันคือตัวอักษรที่เห็นในกลอนนี่เอง sad smile อยากอ่านให้ได้เหมือนกันคะ ดูน่าสนใจมากๆเลย

#22 By ^ hotaru ^ on 2009-11-02 22:43

อ่านไม่ออก

#21 By preor (124.122.170.98) on 2009-06-28 10:53

ดีจังค่ะ ได้เรียนอะไรที่ชอบแบบนี้ ผ่านมาเจอ blog นี้โดยบังเอิญ ดีใจมากค่ะ เราก็ชอบ genji monogatari เหมือนกัน แตไม่ได้เรียนเอกญี่ปุ่น หรือได้มีโอกาสสัมผัสเต็มๆแบบคุณ หวังว่า จะมีคนแปลเรื่องนี้เต็มๆออกมาเป็นภาษาไทยสักทีนะคะ

#20 By ก่วยก๊วย (125.24.140.29) on 2009-01-01 23:10

เห็นแล้วมึน
ชาตินี้จะอ่านออกมั้ยเนี่ย sad smile

#19 By foneko (58.9.178.191) on 2008-09-10 22:52

ชอบค่ะ อ่านยากดี = =

อ่านไปปวดหัวไป 555
สู้ๆนะคะ น่าสนุกดีเจออะไรแปลกๆ ^^'

#18 By Jaae* on 2008-09-09 07:13

เคยเห็นในการ์ตูนxxx HoLicอะค่ะ
สวยดี ดูตัวมันลื่นๆ (แต่คนอ่านคงไม่ค่อยสนุกเนาะ หุๆ)

#17 By TaLgY on 2008-09-09 00:26

อักษรอียิปต์โบราณก็น่าสนใจเนอะ
แต่เป็นเราเราก็กลัว เหมือนกัน
ตามความรู้สึก เหมือนมันมีคำสาป
(สงสัยอ่านการ์ตูนมาก)

ว่าแต่เรื่องวิ่ง อย่าผลัดวันประกันพรุ่งล่ะ
วิ่งทุกวันๆดีกว่า วันไหนไม่มีเวลาก็วิ่งน้อยหน่อย วันไหน ฟิตก็วิ่งเยอะๆ เราพักนี้ไม่ได้ออกกำลังกายเลย เดี๋ยวนี้แค่เดินขึ้น ชั้น 2 ก็จะเป็นลมแล้ว sad smile

#16 By C-C on 2008-09-08 13:11

ความรู้สึกเหมือนเราเลยยย

เราก็คิดอยู่เสมอว่าไอ้เจ้าเส้นพวกนี้มันผ่านกาลเวลามาตั้งไม่รู้กี่ร้อยปี ถ้าหากเราสามารถเข้าใจสิ่งที่คนเหล่านั้นต้องการจะสื่อได้มันก็ดีมากๆ แต่หนังสือที่เราใช้ มันไม่เก่านะ ^^ เป็นหนังสือที่พิมพ์ใหม่

วิธีทำก็คือ เค้าจะเอาหนังสือโบราณพวกนั้นไปถ่ายภาพทั้งหน้า แล้วก็เอามาพิมพ์เป็นรูปสี เอาไว้ให้เราสามารถซื้อมานั่งแกะได้ถ้วนหน้าโดยที่ของจริงก็ยังอยู่ในพิพิธภัณฑ์ตามเดิม เข้าท่าป่ะ แต่เล่มนึงบอกได้เลยว่าแพงมากๆ

ตอนอยู่มัธยมต้นเราก็เคยพยายามจะแกะศิลาจารึกพ่อขุนรามด้วยการหา Chart (จำไม่ได้แล้วว่าไปเอามาจากไหน) แล้วก็แกะ ทำให้เรารู้ว่าสมัยนั้นวรรณยุกต์กับตัวอักษรมันอยู่แถวเดียวกัน ไม่ได้มีบนมีล่างเหมือนปัจจุบัน

ตอนที่ไปอังกฤษก็เคยหัดอักษรอียิปต์โบราณเฮียโรกรีฟ แต่เนื่องจากเป็นคนกลัวผีมาก ไม่สามารถอ่าน book of the death ตอนกลางคืนได้ การเรียนอักษรอียิปต์ก็จบลงไป

อาจจะเป็นเพราะไอ้ความสนใจของเราแบบนี้ก็ได้ เราถึงได้มานั่งแกะตัวพวกนี้อยู่ตอนนี้

#15 By Minpanda on 2008-09-08 12:43

โอย...
เห็นกระดาษเก่าแล้วอยากก้มลงไปดม
(ชอบดมกระดาษเก่าๆ มันจะมีกลิ่นเฉพาะ)

ถ้าเราเกิดในสมัยก่อนแล้วต้องนั่งคัดอักษรก็ดีสิ เราชอบนะ
ไม่รู้สิ ชอบเขียน(แบบคัดลอก)
ตอนเรียนมัธยม ยังเป็นมือลอกการบ้านให้เพื่อนประจำ ลอกให้ทั้งเล่ม (เพราะเดี๋ยวไม่เหมือนกัน ไหนๆลอกให้แล้วก็ลอกให้หมดเล่ม)
... แล้วยิ่งถ้าเห็นลายมือโบราณๆนะ
มันขลังดีนะเราว่า คิดดูว่า กระดาษแผ่นนี้ ลายเส้นลายนี้ เคยผ่านเวลามาตั้ง 1000ปี
แม่เจ้า!! แล้วแพนด้ายังมีโอกาสได้มาเห็นอ่ะ ละยังได้ลองแปลด้วย ดีออก
(ถ้าแพนด้าไม่ชอบ ก็คงไม่เลือกเรียนวิชานี้หรอกใช่ป่าว) big smile

ปล. อย่าลืมซ้อมวิ่งด้วยนะ สู้ๆๆๆๆ

#14 By C-C on 2008-09-08 12:36

อ่านไม่ออกเลยค่ะ เอิ๊ก ๆ

เห็นอย่างนี้แล้วอยากย้อนเวลากลับไป เลือกเข้าเอกญี่ปุ่นบ้างจัง

#13 By sora no hime★空のひめ on 2008-09-08 09:36

อ่านไอ่ฉบับการ์ตูนที่มีที่บ้านไปน่ะค่ะดีแล้ว.. -_-; ไม่สามารถอย่างแรง.. ขนาดอ่านไอ้ที่เค้าคิดว่าเขียนให้รู้เรื่องแล้ว กว่าจะจบก็แทบ..

แต่อ่านเล่นเฉยๆ ก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง.. ถ้าต้องเอาให้เข้าใจเพราะต้องมาวิจัยนี่ตายแน่ค่ะ @_@;

#12 By Hayashi Kisara on 2008-09-08 08:53

ไม่มีไรมากครับแค่มรสุมชีวิตกำลังรุมเร้า

#11 By คันโตน่า on 2008-09-08 00:17

ไหนละมาราธอน

ดังแล้วแยกวงเรอะแพนด้าอ้วนอืด..

ตั้งใจอ่านหนังสือน้าๆ

#10 By momoocha on 2008-09-07 23:38

พยายามมอง ตัว あ มี 安 กับ 阿 ค่ะ ไม่ใช่อนนะ นะคะ

ใช้ที่เสียงอ่านด้วยค่ะ อย่าง 安 อ่านว่า あん คือตัว yasui 安い ที่แปลว่าราคาถูกอ่ะค่ะ

ไม่ใช่หน้าตาคล้ายนะคะ เฮนไตกานะ จะเอาตัวที่เสียงนั้นมาเขียนให้หวัดขึ้นเฉยๆ ค่ะ หน้าตาไม่เกี่ยว แต่ว่าตัว あ มีที่มาจากตัว 安 ค่ะ มันเลยคล้าย

#9 By Minpanda on 2008-09-07 23:13

ดิฉันว่ามันเหมือนลายมือภาษาไทยดิฉันตอนรีบจดอะค่ะ ก้าก ดิฉันคิดเอาเองว่าคนญี่ปุ่นคงอ่านออก(มั้งก้าก)
สมัยนั้นเค้าแข่งกันว่าใครเขียนให้อ่านยากที่สุดคนนั้นชนะหรือเปล่าคะ (ก้ากอะไรของฉันนน)
แอบสงสัยนิดอะค่ะ จากในชาร์ตตัว อะ แล้วข้างล่างเป็น ตัว อนนะ (ตัวผู้หญิง) คือ หลักว่า hentaigana หน้าตาเหมือน ตัวอะ แต่อาจจะเป็น อนนะ (ตัวผู้หญิง) ก็ได้ ให้เทียบกันดู หรือเปล่าคะ? embarrassed แอบรู้สึกเหมือนคนอื่นเข้าใจ แต่ดิฉันโชว์โง่อยู่คนเดียวหรือเปล่าคะนี่ ก้าก
ที่เหลือดิฉันของemsไปนะคะ ก้าก เขินจังค่ะ

#8 By songsage on 2008-09-07 23:00

นึกว่าตัวหนอนเลยค่ะ เคยสงสัยว่าอ่านกันออกได้ยังไงที่แท้ก็มีชาร์ตนี่เอง แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยช่วยเลยนะคะเนี่ยsad smile

กลับไปฝึกแบบปัจจุบันให้เก่งก่อนดีกว่า

สอบสู้ๆนะคะ

#7 By ทานุขนฟู on 2008-09-07 18:52

แค่ภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันในชีวิตประจำวันยังจะเอาหัวโขกโต๊ะตายวันละหลายหน

มาเจอตัวหนอนแล้ว ขอคาราวะผู้เรียนสามจอกคะ

#6 By tapum on 2008-09-07 18:11

คนญี่ปุ่นก็อ่านไม่ออกค่ะ อันนี้คอนเฟิร์ม 555 เพราะว่าคนที่นั่งแกะตัวหนังสือพวกนี้กับเราในสัมนาก็คนญี่ปุ่นทั้งนั้นค่ะ

ไม่ใช้ chart ด้วยนี่คิดว่าจะอ่านออกได้ไงกันนะ

#5 By Minpanda on 2008-09-07 18:00

นึกถึงตอนที่ลงเรียนวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นพื้นฐานเลยค่ะ
อาจารย์ที่สอนเอาอักษรแบบนี้มาให้นักเรียนดู
แล้วก็ไม่ให้ตารางเปรียบเทียบอะไรมาเลย

นักเรียนเกินครึ่งห้องเป็นเด็กต่างชาติที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ
ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น (วิชานี้สอนเป็นภาษาอังกฤษนะคะ
และตอนนั้นเพิ่งเริ่มเรียนไปได้อาทิตย์กว่าๆ)

แล้วอาจารย์ก็พยายามบังคับให้อ่านอยู่นั่นแหละ
ขนาดเด็กญี่ปุ่นยังบ่นเลยว่า
คนญี่ปุ่นเองยังอ่านไม่ออก แล้วจะให้เด็กต่างชาติอ่านออกได้ไงฟระ

นึกถึงวิชานี้ทีไรอารมณ์เสียทุกที

#4 By IllusionCheshire on 2008-09-07 17:53

ตัวหนอนนี่มีไว้สำหรับคนที่ต้องอ่านเนื้อเรื่องค่ะ ปกติถ้าเรียนวรรณคดีมักจะเป็นประวัติวรรณคดีใช่มั้ยคะ อย่าเพิ่งท้อ ^^ คิดซะว่าเหมือนได้อ่าน review หนังสือจำนวนมากก็สนุกดีค่ะ :)

#3 By Minpanda on 2008-09-07 17:46

แหงะ...

เคยคิดว่าจะกลับตัวกลับใจไปศึกษาเรื่องวรรณคดีที่เคยติด F ดูอีกสักหน่อยด้วยตัวเอง (เรอะ -*- )

แค่เห็นหนอนไต่เต็มกระดาษงี้ก็ท้อแล้วก๊าบ (TAT)
ขนาดศิลาจารึกของไทยยังอ่านไม่ออกเลยอ่ะ เหอะๆ sad smile

ค่าสมัครแพงได้ใจมากเลยค่ะจอร์ช โอ้ววๆๆๆ... wink