อิอิ เท่าที่เราหามาได้ตอนนี้อะนะ มีอยู่ 6 เล่ม เป็นหน้าปกที่แม้ว่าเราจะไม่ค่อยสนใจวรรณกรรมสมัยคินได (เมจิ ไทโช โชวะ) ก็ยังอยากจะได้้มาอ่าน เพราะมันช่างสวยมากมายก่ายกอง 555 ทำให้รู้สึกอยากอ่านขึ้นเยอะมาก หน้าปกมันมีส่วนช่วยได้มากจริงๆ แหละ แม้ว่าเนื้อหาข้างในจะเหมือนเดิมเปี้ยบไม่ได้มีการตัดแต่งต่อเติมแต่อย่างใด

เล่มแรกเป็นหนังสือของ Natsume Soseki ชื่อเรื่อง Kokoro เล่มนี้มีแปลเป็นภาษาไทยแล้วเน้อ หาได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

 

เล่มต่อมา วาดภาพปกโดยอาจารย์ท่านเดียวกัน ตอนแรกเห็นแล้วนึกว่าเดธโน้ตภาคใหม่ เรื่อง Ningen Shikkaku โดย Dazai Osamu นักเขียนท่านนี้พยายามฆ่าตัวตายมาหลายรอบ จนสุดท้ายก็สำเร็จในที่สุด (ในคอมเมนท์มีคนเข้าใจผิดหลายคนเลยแก้ซะหน่อย)

 อีกเล่มหนึ่งคือ Izu no Odoriko โดยนักเขียนรางวัลโนเบลที่ในที่สุดก็ฆ่าตัวตายไป (อีกแล้ว) Kawabata Yasunari 

 เล่มต่อมาเป็นผลงานของ Nakahara Chuya เรื่อง Yogorecchimatta Kanashimi Ni คนนี้ไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ก็เสียชีวิตไปด้วยวัยเพียง 30 ปีเนื่องจากป่วย เนื้อหาเป็นยังไงไม่รู้อ่ะ แต่เห็นปกแล้วอยากอ่านมาก

 เล่มต่อมาคือเรื่อง Jigokuhen โดย Akutagawa Ryunosuke นักเขียนผู้โด่งดัง คนเขียนเรื่อง Rashomon คนนี้ก็ฆ่าตัวตายเช่นกัน

 ส่วนอีกสองเล่มที่เหลือ เป็นภาพของน้องมัตสึยาม่า เคนอิจิ ที่เราชอบม้ากกกกกกกกกกกก หล่อโคตรอะน้อง เล่มแรกเหมือนกับด้านบน คือเรื่อง Ningen Shikkaku ของ Dazai Osamu เห็นป่ะ เราบอกแล้วว่าแค่เปลี่ยนปกก็ทำให้เราจะต้องซื้อทั้งสองเล่ม ให้เลือกน่ะไม่ได้หรอกนะ T_T

 

 เล่มสุดท้ายเป็นของนักเขียนท่านเดียวกันคือ Dazai Osamu ชื่อเรื่อง Hashire Merosu น้องเคนหล่อเหมือนเคย

 

 ภาพทั้งหมดเนี่ย เราได้มาจาก Amazon.co.jp นะคะ สำหรับคนที่ชอบวรรณกรรมดังกล่าว (ที่ออกจะหดหู่ ยกเว้น Izu no odoriko) แล้วอยากจะเรียนต่อด้านวรรณคดี ก็ควรจะเลือกเรียนวรรณคดีสมัยคินได 近代 ค่ะ ยุคนี้คนเรียนเยอะสุดเลยมั้ง สมัยนี้คนเรียนเอกสมัยโบราณแบบของเราหายากขึ้นเรื่อยๆ แหะๆ ใครอยากทราบว่าสมัยไหนเป็นสมัยไหน ก็ลองดูใน entry ที่แล้วเรื่องการแบ่งยุคของวรรณคดีญี่ปุ่นเลยค่ะ

edit @ 7 Sep 2008 17:37:48 by Minpanda

Comment

Comment:

Tweet

3T4vUj <a href="http://scjovovvxosy.com/">scjovovvxosy</a>, [url=http://kquygiqcaxrl.com/]kquygiqcaxrl[/url], [link=http://gizumzjjjhuz.com/]gizumzjjjhuz[/link], http://tbfjmufbhpkn.com/

#70 By vzremyzw (189.206.101.194) on 2010-10-19 07:34

c1zODf <a href="http://fwamlhndplki.com/">fwamlhndplki</a>, [url=http://jpcnrbuwqozp.com/]jpcnrbuwqozp[/url], [link=http://abqclpcmtlfy.com/]abqclpcmtlfy[/link], http://mizdafnyencg.com/

#69 By pisyfvrrp (64.79.93.19) on 2010-10-19 07:33

หน้าปกเหมือนการ์ตูนมากเลย
แต่ก็น่าอ่านอย่างที่บอก หะหะconfused smile confused smile

#68 By nunu (112.142.146.240) on 2010-02-11 22:49

รูปเหมือนปกการ์ตูน ไม่ก็นิยายปัจจุบันเลยอ่ะ
น่าอ่านมากขึ้นอย่างมาก
ว่าแต่ไหงคนเขียนแต่ละเรื่องถึงได้สิ้นชีพเร็วนักล่ะembarrassed

#67 By undenty on 2009-07-12 02:33

อาจารย์ญี่ปุ่นที่สอนเรา บอกว่า การฆ่าตัวตายมันเท่ห์ คนไม่กลัวตายเป็นคนที่กล้าหาญ
(คือ เราทะเลาะกับอาจารย์คนนี้ถึงเรื่องฆ่าตัวตายของคนญี่ปุ่นตลอดเวลา เถียงกันไม่จบ)
ว่าแล้วเราก็อยากจะบอกอาจารย์ว่า อาจารย์อยากเท่ห์มั้ยล่ะ (เอิ๊ก)open-mounthed smile

#66 By saori_gig on 2009-07-06 17:39

เคยอ่านเล่มแรกแล้วค่ะ
โคโคโระอยู๋ในบทเรียนของนร.ม.๕ที่นู่น
เลยโดนให้อ่านเหมือนกันค่ะ
(แต่อ่านแค่บางบท ที่เหลือไปอ่านเป็นภาษาอังกฤษแทนsad smile )

#65 By Art_ka (58.9.190.167) on 2009-03-10 18:21

ภาพสวยมาก
พึ่งรู้ว่าราโชมอนเป็นของญี่ปุ่น
นึกว่าจีนซะอีก

#64 By aeiou on 2009-03-10 09:30

ฮาอ่ะ ให้อ.คนเขียนโจโจมาวาดภาพอิสึโนะโอโดริโกะ ใครคิดเนี่ย
นึกภาพนางรำของเราแอ่นกระจายขึ้นมาเลย

#63 By logylust on 2009-02-19 18:11

ส่วนประเทศไทย เมื่อไหร่จะส่งเสริมการอ่านให้เป็นนโยบายแห่งชาตินะ

ราคาหนังสือจะได้ถูกลง55555+ไม่เกี่ยวกันชิมิ

#62 By ooyjam on 2008-09-09 13:51

อู้วววว


โจโจ้
เดธโนต และ .. อีกเรื่อง... เอิ่ม..จำบ่ได้


น่าอ่านม๊ากกกกกกก

#60 By Haine13 on 2008-09-08 23:11

แอบขอมาแอดเป็นแฟนบล็อกนี้
ปกหนังสือชวนให้อ่านจริงๆค่ะ
ทำไมคนเขียน ชอบฆ่าตัวตาย embarrassed

#58 By st.GiZMo on 2008-09-08 22:32

เห็นแล้วก็อยากอ่านเหมือนกัน big smile

#57 By mfotodeft on 2008-09-08 21:27

โฮกกกกกก กับปกคนวาดโจโจ้ ภาพสวยมากมาย

#56 By on 2008-09-08 18:38

คล้ายDeath note จริงๆค่ะ แต่ Kenichi นี้น่ารักเหลือหลายค้า (ขอบตอนแสดง L ที่สุดค้า)
ทั้ง